โอมายก๊อดดด ดองบล็อกไว้นานมากกก ขออภัยด้วยจ้ะ
คราวนี้มาแนวใหม่! หัดแต่งฟิกyกะเค้ามั่งค่า มีเพื่อนเรียกร้องมาอีกที เราเลยใจอ่อนแต่งให้ซะหน่อย55
เรื่องนี้ไม่เรทนะคะ(ใครอยากเรท ก็ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังค่ะ= =)ออกแนวหวานๆน่ารักๆ 
จะมีฉากสวีทนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับ nc 
>///< เขินจังๆ 555
ใครที่ไม่ชอบนะคะ ปิดหน้าต่างนี้เลยค่ะ
รับฟังความเห็นจากผู้อ่านทุกท่านนะคะ ช่วยเม้นด้วยก็ดีค่ะ(ฮา)
 
 
My slave ช่วยเป็นทาสเราได้มั้ย
By : ปังเย็น (นามปากกาเราเองจ้า)
Rate : PG13

 

Chapter 1 : เด็กหนุ่มผมแดง

 

 

“เฮ้ย เกม เอาน้ำมาแก้วดิ้  เร็วๆเลย” 

 

“คร้าบๆ สักครู่นะครับคุณชาย” ผมตอบขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังเช็ดโต๊ะ และอีกมือหนึ่งกำลังรินน้ำให้คนสั่งอยู่

 

เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผมสีแดง ที่กำลังดูทีวีทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยกับความเชื่องช้า

ใบหน้านั้นทำให้ผมขัดขืนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะดุดัน แต่เพราะความน่ารักที่ผมต้องยอมแพ้เลยล่ะ

ใบหน้าที่ผมไม่เคยลืม..  วันแรกที่เจอกัน ใบหน้าขาวอมชมพู ตัดกับผมสีแดงซอยประบ่า  ทำให้เขาดูไม่เหมือนใคร  เขาโดดเด่นมาก จนทำให้ผมสนใจ อยากรู้จัก

แต่ไอ้เพราะความอยากรู้จักนี่แหละ ทำให้ผมต้องคอยรับใช้เขาในวันนี้..

 

 

 

 

 

...เมื่อวาน

 

 

 

 

“สวัสดีค่ะนร. วันนี้มีนร.ใหม่จะมาเรียนอยู่ห้องเดียวกับเรานะคะ เขามาจากญี่ปุ่นอาจจะพูดไม่ค่อยเก่งสักหน่อย ครูเลยอยากให้เขาแนะนำตัวน่ะ ขอให้ทุกคนเป็นมิตรกับเขาด้วยนะ แนะนำตัวเลยจ้ะ”  อาจารย์ประจำชั้นประกาศบอกนร.ในห้อง พร้อมกับพูดกับนร.ใหม่ข้างๆ

 

“สวัสดี เราชื่อเรียว  มาจากประเทศญี่ปุ่น ยินดีที่ได้รู้จัก” เรียวพูดด้วยใบหน้านิ่งที่แม้แต่อาจารย์ยังไม่กล้าสบตา  แต่ไม่ใช่กับผม ที่มองใบหน้าหวานหน้านั้นตรงๆ ด้วยความอยากรู้จัก และดูเหมือนว่าผมจะจ้องนานไปหน่อยจนเจ้าตัวรู้สึกได้ จึงหันมามองหน้าผม ด้วยใบหน้าไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็หันหน้ากลับไปนิ่งเหมือนเดิม

 

“เกม เป็นไรอ่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ” แพน เพื่อนสนิทผมซึ่งเป็นหัวหน้าห้องทัก

“ป่าวนี่ เรายิ้มอยู่เหรอ” ผมหันไปตอบ ทำหน้าเอ๋อๆอย่างที่เธอเคยบอก ผมไม่ได้ทำสักหน่อย ยัยนี่ชอบว่าผมเอ๋อ

ประจำแหละน่า

“ฮ่าๆๆ เออดิ ไอ้เอ๋อ แกนี่ยิ้มยังไม่รู้ตัวอีก” นั่นไงว่าตูเอ๋ออีกละ

 

“เอาล่ะๆ  งั้นเรียวไปนั่งข้างๆวัชระแล้วกัน จะได้ใกล้ๆหัวหน้าด้วย อ้อ หอนอนก็อยู่ห้องเดียวกันไปเลยนะ” อาจารย์บอกพร้อมชี้มาทางผมและแพน อาจารย์พูดจบ เรียวก็เดินมานั่งตามคำสั่งอาจารย์

แว้บนึง ผมเห็นเรียวทำหน้าตกใจนิดนึงด้วยล่ะ สงสัยไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับผมล่ะมั้ง ช่วยไม่ได้อ่ะ ก็ห้องที่ว่างก็ดันมีแต่ห้องผมกับห้องหัวหน้า ซึ่งห้องหัวหน้าที่หอหญิงไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลยต้องมานอนห้องเดียวกับผม  อ้อ ผมลืมบอกไป ว่ารร.ผมเป็นรร.ประจำครับ

 

โต๊ะเรียนในห้องของเราแบ่งเป็นสี่แถว แถวละ2ที่นั่ง ยกเว้นที่นั่งหลังสุดแถวริมที่ผมนั่ง ซึ่งมีหัวหน้าห้องนั่งเลยมาหนึ่งที่เป็นสาม เหตุผลที่นั่งเลยมาทั้งๆที่โต๊ะข้างๆว่าง นั่นก็เพราะเธออ้างว่านั่งมุมห้องจะได้สอดส่องดูแลเพื่อนเวลาเรียนได้  แต่ตอนนี้คงต้องขอบใจยัยนั่นที่ไปนั่งเลยอยู่ ที่นั่งข้างๆผมจะได้มีไว้ให้เด็กหนุ่มผมแดงคนนี้นั่งซะเลย

 

“ดีจ้ะ เราชื่อแพน เป็นหัวหน้าห้อง มีไรปรึกษาเราได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” หัวหน้าห้องทำหน้าที่ดูแลนร.ใหม่ทันที

“อืม ขอบใจ”เด็กหนุ่มตอบกลับนิ่งๆอย่างสุภาพ

“หวัดดี เราชื่อเกม มีไรให้ช่วยบอกได้เหมือนกันนะ” ผมหันไปบอกเรียวและยิ้มให้จากใจ แต่คำตอบที่ผมได้รับคือ

“ไม่ได้ถาม ไม่อยากรู้”

 

 

แป่วววววว

 

 

 

 

นี่คือเสียงในหัวผม แต่มันทำให้ผมยิ่งอยากรู้จักเขา เรียว...

 

 

 

 

พักเที่ยง

 

 

“ตึกนี้เป็นโรงอาหารรร.เรา เปิดให้นร.เข้าแค่ช่วงที่มากินข้าวเท่านั้น กันเด็กโดดเรียนน่ะ อ้อ วันหลังถ้าจะมากินข้าวน่ะ ให้ขี่จักรยานมาดีกว่านะ ถ้าเดินมาแบบวันนี้ มันจะช้า” แพนบอกเรียวขณะที่กำลังเดินมายังโรงอาหารแห่งนี้ด้วยกัน ส่วนผมมีจักรยานก็เลยขี่ตามมาแบบสบายๆ

“อืม แล้วทำไมแพนไม่ขี่จักรยานล่ะ” เรียวถาม

“เราชอบเดินน่ะ เราเป็นคนเดินเร็ว แป๊ปเดียวก็ถึง” แพนตอบพร้อมกับเร่งฝีเท้าขึ้น ทำให้เรียวเดินตามแทบไม่ทัน ผมมองภาพนั้นแบบขำๆ ก็เรียวน่ะตัวเล็กกว่าแพนซะอีก ยัยแพนขายาวขนาดนั้น ใครจะไปตามทัน

“งั้นเราไปก่อนนะเรียว เกม ดูแลเรียวด้วยนะ ไปล่ะ” ผมยังไม่ทันจะได้ตอบ เธอก็เดินหายไปซะแล้ว อะไรจะรีบขนาดนั้น

 

 “ไปกันเหอะ เดี๋ยวข้าวก็หมดหรอก” ผมบอกเรียวขณะกำลังจอดจักรยาน

“ไม่ต้อง เราไปเองได้” เด็กหนุ่มตอบกลับอย่างไม่สนใจ ทำท่าจะเดินไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเพราะผมบอกขัดไปว่า “แล้วไปตักข้าวอ่ะ รู้เหรอว่าต้องทำยังไง  รอไปด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวเราพาไปเอง”

 

 

 

“ทุกมื้อ มื้อเช้า กลางวัน เย็น มาด้วยกันกี่คนให้ตักข้าวใส่หม้อก่อน แล้วค่อยไปแบ่งกันที่โต๊ะ เห็นป่ะ ว่าโต๊ะอาหารน่ะ ให้นั่งกินตามห้องพักบนหอ บนโต๊ะมีเบอร์บอกไว้  กับข้าวมีเตรียมให้บนโต๊ะแล้ว มาครบทุกคนแล้วค่อยกินด้วยกัน ลุกพร้อมกัน” ผมอธิบายให้เรียวฟังแบบเสร็จสรรพ

“ทำไมต้องกินด้วยกัน  ลุกพร้อมกัน” เด็กหนุ่มตัวเล็กทำหน้ามุ่ยปนกับความสงสัย หันมาถามผม ในที่สุดเขาก็คุยกับผมก่อนซะที ดีใจจัง

“ก็กินด้วยกันมันอร่อยกว่ากินคนเดียวล่ะมั้ง แล้วก็ที่ลุกพร้อมกันจะได้ช่วยกันเก็บโต๊ะ” ผมตอบและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เรียวไม่ได้พูดอะไรอีก ผมเลยลุกไปตักข้าวใส่หม้อสำหรับกินกันสองคน

“กินเป็นป่าว อันนี้เขาเรียกว่าแกงเขียวหวาน อันนี้สีน้ำตาลข้นๆนี่เรียกว่าไชโป๊วกะทิ เมนูนี้เด็กรร.เราชอบมาก ที่อื่นหากินไม่ได้เลยนะเนี่ย ลองกินดู”

“พูดมากอยู่ได้  มีอะไรให้กินก็กินแหละน่า น่าตาไม่เห็นจะน่าอร่อยตรงไหน มันอร่อยขนาดนั้นเลยเรอะไง” เด็กหนุ่มตอบอย่างรำคาญ จ้องมองที่ไชโป๊วกะทิแบบไม่น่าไว้ใจ

“เฮ้ย อร่อยจริงๆนะ กินแล้วจะติดใจ” ผมพูดไปกินไปอย่างเอร็ดอร่อย รู้สึกได้ว่าเรียวกำลังมอง ไม่รู้ว่ามองที่ผมกินเลอะเทอะหรือมองอาหารกันแน่ หลังจากตัดสินใจอยู่นานจนผมเกือบจะกินหมด เรียวก็ตักอาหารใส่จาน แล้วค่อยๆเอาเข้าปากอย่างช้าๆ

“เป็นไง อร่อยมั้ย” ผมถาม

“งั้นๆแหละ” ถึงปากจะตอบว่างั้นๆ แต่ก็กินใหญ่เลยนะ เมนูนี้ชนะเลิศคร้าบ

 

กินเสร็จผมกับเรียวก็ช่วยกันเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย เสร็จแล้วยังเหลือเวลาพักอีกนาน ผมเลยไปช่วยเรียวขนของเข้าหอ (หอพักนะครับ หอพัก) ระหว่างเดินกลับ(ซึ่งเรียวเดิน และผมขี่จักรยาน เรียวเขาไม่ยอมซ้อนผมน่ะ) 

 

“เดี๋ยวเอาของไว้บนจักรยานเราก็ได้นะ จะได้ไม่หนัก อ้อ ถ้าของเยอะ ขนไม่หมด เดี๋ยวไปขนอีกรอบก็ได้

แล้วก็..”

“ทำไมนายต้องมายุ่งวุ่นวายกับเราด้วย รู้มั้ยว่าคนอื่นเขาไม่ชอบ อยากอยู่เงียบๆ” เรียวพูดขึ้นมาอย่างเหลืออด ท่าทางจะรำคาญผมมากทีเดียว

“รู้ รู้ว่าไม่ชอบ”

“รู้แล้วยังจะทำอีกเหรอ เสียเวลา อย่ามายุ่งกับเราเลย เราดูแลตัวเองได้”

 

 

 

...เรารู้ว่าเรียวไม่ชอบ  เรารู้

 

แต่ที่เราทำ เราไม่ได้หวังให้ใครมาชอบ แต่เพราะเราอยากทำให้ต่างหาก...”

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าเวลานั้น อะไรทำให้ผมตัดสินใจพูดประโยคนั้นออกไป แต่ผมรู้แค่ว่าหัวใจของผมชักเต้นผิดจังหวะเสียแล้ว

เหมือนห้วงเวลาของเราสองคนหยุดลงชั่วคราว อยู่ในความเงียบสงัดที่ได้ยินแม้แต่เสียงลมพัด ผมกับเรียวมองหน้ากัน ผมยิ้มให้เล็กน้อย ร่างเล็กยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิม แต่เรียวก็เป็นคนทำลายความเงียบลง

 

“อยากทำให้งั้นเหรอ แน่ใจเหรอว่าอยากทำให้น่ะ” เรียวพูดขึ้นเหมือนนึกอะไรดีๆได้

“แน่ใจสิ เราอยากรู้จักเรียวให้มากขึ้นนะ”ผมตอบ

“งั้นช่วยอะไรสักอย่างสิ”

“อะไรเหรอ”

 

ช่วยมาเป็นทาสของเราไงล่ะ!” หนุ่มน้อยผมแดงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เขาพูดว่าอะไรนะ ทาสงั้นเหรอ!?

 

“หา เป็นทาสเหรอ ไม่ดีมั้ง”ผมตอบแบบงงๆ

“แล้วไหนบอกอยากทำให้ไง ไหนบอกอยากรู้จักเราไง” เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย

“แหม จะให้เป็นทาส มันก็..”

“ทุกคนก็เป็นแบบนี้ซะหมดแหละ บอกว่าอยากรู้จักเรา ก็แค่เราหน้าตาดี มาจากญี่ปุ่น ก็มารุมล้อม พอจะให้ช่วย ก็หนีหายกันไปหมด นายก็ด้วย..” เรียวพูดโดยไม่มองหน้าผม หันหลังเดินไป น้ำเสียงฟังดูน้อยใจ อย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ให้ตายสิโรบิน แค่น้ำเสียงก็ทำให้ผมใจอ่อนซะแล้ว

 

 

เดี๋ยวเรียว! ตกลง! เราจะเป็นทาสของเรียว!”

 

 

ผมตะโกนออกไป ทำให้ร่างเล็กชะงักฝีเท้า หันกลับมายิ้มอย่างดีใจ

 

“จริงดิ ฮ่าๆๆ อย่างนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย ยืนทำไรอยู่ ไปช่วยกันขนของเหอะ” เรียวตะโกนบอกผม เวลานั้นผมรู้สึกมีความสุขมาก รอยยิ้มนั้นผมจะไม่มีวันลืม

 

มันอาจจะฟังดูแปลกๆนะ ที่คนๆนึงไปตอบตกลงเป็นทาสให้กับคนอีกคนที่เพิ่งจะรู้จักกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมรู้สึกเต็มใจด้วยซ้ำ...

 

 

 

 

 

 

edit @ 8 Jan 2011 10:48:24 by Maprang

edit @ 9 Jan 2011 12:04:54 by Maprang

edit @ 9 Jan 2011 12:17:32 by Maprang

Comment

Comment:

Tweet

#ชมพู
ไม่ว่าหรอกครับ ก็ขออนุญาตกันเรียบร้อยแล้ว
(..บางส่วนก็เต็มใจด้วย 55+) open-mounthed smile

#2 By game (58.9.187.15) on 2011-01-31 22:05

มะปรางจ๋า หนุกอ่ะ แต่งอีกนะ
แต่...ชื่อตัวละครคุ้นๆนะ
เจ้าตัวมิว่ารึ ไม่เป็นหรอกเนอะๆ คุคุคุ :อย่าลืมนะ แต่งอีกเน้อ พี่รออยู่
มันส์พะย่ะค่ะ อิอิ555+
ไปละ บายจร้า

#1 By ชมพู (118.172.154.220) on 2011-01-08 17:22