ต่อบท2นะจ๊ะ

ขอเม้นเป็นกำลังใจด้วยก็ดีจ้า ^^

 

Chapter 2 : ห้องพักของเรา

 

 

“เรียว ไหนบอกว่า ไปช่วยกันขนของไง”ผมบ่น

“ก็นี่ไง ขนอยู่เนี่ย” เรียวตอบ

“นี่มันไม่ช่วยแล้ว ให้เราขนคนเดียวเลย” ผมพูดขณะที่ลากกระเป๋า และแบกสัมภาระต่างๆของเรียวเดินตามเจ้าของที่ยึดจักรยานผมไปขี่อย่างสบายใจคนเดียว

“เป็นทาสเราต้องอดทน เห็นบอกว่าอยากทำให้ ทำไปเลย ไม่ต้องบ่น” เด็กหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี และขี่จักรยานตรงไปยังหอพักชาย ปล่อยให้ทาสอย่างผมเดินตามไปพร้อมกับของพะรุงพะรัง

 

 

ที่ห้องพัก

 

กว่าจะเดินมาถึงหอก็เหนื่อยแทบแย่ ไม่รู้ว่าผมจะโดนใช้อะไรอีก โชคดีที่หอพักเรามีลิฟท์ ไม่งั้นผมคงหมดแรงคาบันไดก่อนจะถึงห้อง เรียวยืนรออยู่หน้าห้องอยู่แล้ว ผมเดินเข้าไปหา

 

“ช้าจังนะ กุญแจล่ะ” ร่างเล็กพูดพร้อมกับแบมือ

“อยู่นี่ไง อ่ะกุญแจ เห็นมั้ย รีบมาก็เข้าห้องไม่ได้” ผมบอกขำๆ

“พูดมากน่า ขนของเข้าห้องได้แล้ว” เรียวพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องก่อนเลย

“ครับผม รอสักครู่นะครับคุณชาย” ผมตอบยิ้มๆ จำใจขนของเข้าห้องตามหน้าที่ ขนของเสร็จหันกลับมาก็เห็นคนเอาแต่ใจ นอนหลับไปกับโซฟาซะแล้ว

 

ผมค่อยๆเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ใบหน้าหวานที่แยกไม่ออกว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ยามหลับยิ่งดูน่ารัก เปล่งประกาย น่าค้นหา ผมสีแดงที่ถูกซอยลงมาปิดหน้าเล็กน้อย ทำให้มือของผมอดไม่ได้ที่จะปัดให้ เผยให้เห็นใบหน้าชัดขึ้น เหมือนต้องมนต์สะกด ผมค่อยๆกระเถิบมาอยู่ใกล้เขามากขึ้น ใกล้มากจนได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน  และ...

 

 

 

 

โป๊ก!!++

 

 

 

“เฮ้ย เกม กี่โมงแล้วเนี่ย เลยพักเที่ยงยัง อ้าว ทำไมลงไปกลิ้งบนพื้นแบบนั้นน่ะ” อยู่ดีๆเรียวก็ลุกขึ้นทำให้ผมตกใจ หงายหลังหัวไปโขกกับโต๊ะ ล้มกลิ้งไปกับพื้นซะนี่

“ป่าวๆ ตอนนี้เหรอ 13.35!! อีก 5 นาทีเข้าเรียนแล้ว รีบไปเหอะ” ผมบอกเรียวทั้งๆที่ยังนั่งกุมหัวตัวเองอยู่ เด็กหนุ่มรีบหยิบกระเป๋าวิ่งออกจากห้องทันที ทิ้งให้ผมล๊อกห้องซะงั้น ผมล๊อกห้องเสร็จก็เห็นเรียวกำลังจะซิ่งจักรยานผมไป ผมจึงวิ่งตามและตะโกนออกไปว่า

 

“เรียว! รอด้วยดิ! ไปด้วย!”

“บ้าเหรอ รอนาย เราก็สายดิ!” เรียวตะโกนตอบ

“ถ้าไม่จอด เราจะกระโดดขึ้นไปนั่งเองนะ!”

“ไม่ได้เว้ย เดี๋ยวเราล้ม!”

“ งั้นหยุดๆๆ เดี๋ยวเราขี่เอง!” เราตะโกนคุยกันไปมา ในที่สุดเรียวก็ยอมให้ผมขี่แล้วตัวเองซ้อน เพราะไม่งั้นตัวเองก็จะสายไปด้วย เนื่องจากถ้าไม่จอดผมจะกระโดดขึ้นไปนั่งทำให้จักรยานล้มซะเลย

 

ผมขี่เร็วมากจนเรียวต้องจับชายเสื้อผมไว้ ฮะๆๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ทั้งที่เกือบจะสายอยู่แล้ว ทำไมผมถึงมีความสุขอย่างนี้นะ..

 

ผมขี่มาถึงตึกเรียนจนได้ ผมรีบจอดจักรยานและวิ่งขึ้นไปที่ห้องเรียนพร้อมกับเรียว ไม่ได้รู้เลยว่ามีสายตาแอบมองมาจากชั้นสอง ด้วยความสงสัยและแปลกใจ

 

“แฮ่ก..แฮ่ก ถึงซะที โชคดีชะมัดอาจารย์ยังไม่มา” ผมคุยกับแพนทั้งๆที่ยังเหนื่อยอยู่เลย

“สมน้ำหน้า อยากช้าดีนัก ดูสิ ทำให้เรียวเกือบสายไปด้วยแล้ว เรียว วันหลังถ้ามันช้าอีก ยึดจักรยานมันขี่มาก่อนนเลยนะ ไม่ต้องรอหรอก” โห ยัยนี่ รู้ได้ไงเนี่ยว่าตอนแรกเรียวจะยึดจักรยานแล้วหนีมาก่อนน่ะ

“ฮะๆๆ ครับ” เรียวตอบยิ้มๆ

“แล้วรู้ได้ไง ว่าเราขี่ให้เรียวซ้อน” ผมถามแพนอย่างสงสัย

“ก็ เรา..เราคาดคะเนได้แล้วกัน มีจักรยานอยู่คันเดียว ก็ต้องมาพร้อมกัน ไม่งั้นก็ต้องมีใครคนใดคนนึงสายไง

แต่นี่มาพร้อมกัน เราก็เลยเดาได้ไง ไม่มีไรหรอก” แพนตอบ

“เราถามแค่นี้เอง ไม่ต้องตอบซะยาวยืดขนาดนั้นหรอก อ๊ะ หรือว่าแพนแอบดูเรา” ผมแกล้งแซวแพน นานๆทีจะได้เอาคืนหัวหน้าบ้าง

“ปะ..ป๊าว ป่าวซะหน่อย อย่ามาหลงตัวเอง อย่างเค้าทำไมต้องแอบดูเกมด้วย”

“ป่าว แต่ขึ้นเสียงสูงเชียว ล้อเล่นนิดหน่อย ซีเรียสไปได้ อาจารย์มาแล้ว เรียนกันดีกว่า” ผมตอบแพน พร้อมกับขำท่าทีของเธอ ผมไม่รู้เลย ว่าคำพูดล้อเล่นแค่นี้ จะทำให้คนจริงจังอย่างหัวหน้าหน้าแดงซะแล้ว..

 

 

‘กิ๊งก่อง กิ๊งก่องงง..’

 

 

เสียงระฆังเลิกเรียนดังขึ้น พออาจารย์ปล่อยปุ๊ป นร.ก็ต่างทยอยกันออกจากห้องทันที ราวกับจะพูดพร้อมกันว่า เฮ้อ ในที่สุดก็วันนี้ก็เลิกเรียนซะที  แพน ผม และเรียวก็เหมือนกัน ก็รีบออกจากห้องทันที

“งั้นเดี๋ยวเราไปก่อนละกัน ต้องไปประชุมสภานักเรียนด้วย บาย” แพนพูดจบก็รีบเดินไปตามแบบฉบับของเธอ ไม่คิดจะรอฟังคนอื่นตอบเลยใช่มั้ยเนี่ย

 

“กลับหอกันเหอะ เอาของไปเก็บก่อน 5โมงแล้วค่อยไปกินข้าว” เรียวบอกผมแล้วขี่จักรยานไปเลย

“อ้าว ไม่เอาของว่างเหรอ รร.เรามีของว่างแจกตอนเลิกเรียนนะ!” ผมตะโกนบอก

“หยิบให้ด้วยแล้วกันเว้ยยย!!” ร่างเล็กตอบกลับมา ว่าแล้วว่าผมต้องหยิบให้

 

 

ที่ห้องพัก

 

 

“มาแล้วคร้าบ  เข้าไปละนะ” ผมมาถึงหน้าห้อง จึงหยิบกุญแจอีกดอกไขเข้าไป

“เกม นี่หมายความว่าไง เตียงเราอยู่ไหนอ่ะ แล้วห้องน้ำห้องเราไม่มีเหรอ” เรียวพูดกับผมหน้าตาตื่น

 

“ใจเย็นๆ เตียงอ่ะ ที่จริงมันมี2เตียง แต่เราอยู่คนเดียว เลยขอเตียงใหญ่น่ะ ส่วนห้องน้ำ ที่ห้องน่ะมีแค่ชักโครก

แต่ห้องอาบน้ำ เป็นแบบรวม อ๊ะ แต่ไม่ใช่แบบญี่ปุ่นนะ มันเป็นห้องแยกๆกันน่ะ” ผมบอก

 

“อ้าว แล้วจะนอนยังไง”ร่างเล็กถามพลางยืนกอดอกจ้องหน้าผม

“ก็นอนด้วยกันก็ได้”

“ไม่ เรานอนดิ้นมาก เดี๋ยวถีบนายคอหักไม่รู้ด้วยนะ” เรียวบอกผมทีเล่นทีจริง เหอะๆ คอหักเลยเหรอ

“เสียดายจัง อุตส่าห์ดีใจนึกว่าจะได้นอนด้วยกันซะอีก โอ๊ย” ผมพูดยังไม่ทันเสร็จก็ถูกเจ้าตัววิ่งมาตบหัวซะแล้ว

ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย  ‘เสียดาย’ งั้นเหรอ..  ฮะๆๆ แปลกจัง ความรู้สึกนี้..

 

“เอาเหอะ งั้นนายนอนข้างเตียง เรานอนบนเตียง  ยุติธรรมที่สุดเนอะ” เรียวสรุปเองเออเอง แถมหันมายิ้มหวานให้ผมอีกต่างหาก หา  อะไรนะ ผมต้องนอนพื้นเหรอ

“ยุติธรรมมากกกก ตรงไหนครับ” ผมตอบ

“ตรงที่นายเป็นทาส ส่วนเราเป็นคิง คิงจะนอนกับทาสไม่ได้ มันไม่เหมาะสม เข้าใจป่ะ”เด็กหนุ่มตอบกลับมาแบบหน้าตาย เหอะๆ ที่แท้ก็ขาไพ่นี่หว่า คิงกับสลาฟ(ทาส)

“ครับผม ท่านคิง” ผมตอบกลับแบบส่งๆ เออสิ เรามันทาส

 

“หิว ไปกินข้าวกัน 5โมงละ กินเสร็จจะได้รีบไปอาบน้ำ” เรียวบอก ท่าทางจะหิว

“มื้อเย็น เราไม่ไปกินที่โรงอาหารนะ”ผมบอก

“ไม่ไปกินที่นั่นแล้วจะไปกินที่ไหน” ร่างเล็กถามด้วยความสงสัย

“ทำกินเอง นี่ไง ที่ห้องมีตู้เย็น มีครัว ตอนกลางวันราขอวัตถุดิบแม่ครัวมาแล้ว กินด้วยกันดิ”

“ไม่เอา เดี๋ยวท้องเสีย ” แน่ะ พูดจบมีการทำหน้ายี้อีก

“ไม่เสียหรอก ถ้าไปกินที่โรงอาหาร..”

“ไปละนะ เดี๋ยวมา”ผมยังไม่ทันพูดจบ เรียวก็ตัดบทไปกินข้าวเสียดื้อๆ  คือจะบอกว่า เดี๋ยวช้า มันต้องมาต่อคิวห้องอาบน้ำ เฮ้อ บอกไม่ทัน

 

ผมทำอาหารและกินข้าวเสร็จตอน 5โมงครึ่ง ผมจึงไปอาบน้ำเร็วและเสร็จเรียบร้อยในเวลา 6โมง ซึ่งตอนนั้นเรียวก็วิ่งกลับมาพอดี ทำไมต้องวิ่งน่ะเหรอ ก็เพราะ

 

“แฮ่ก..แฮ่ก  โหย เดินผ่านห้องน้ำคนเยอะยังกะหนอน ทำไมไม่บอกวะว่าคนมันเยอะขนาดนี้ ชาติหน้าจะได้

อาบมั้ยเนี่ย” เรียวบอกผมแบบเซ็งๆ ปนกับความเหนื่อย

“จะบอกแล้วแต่บอกไม่ทัน พวกสบู่ ผ้าเช็ดตัว อยู่ตรงตู้อ่ะ แล้วกลับมาแต่งตัวที่ห้อง เตรียมไว้ให้แล้ว รีบไปเหอะ”ผมบอกยิ้มๆ

“เออ ขอบใจ” พูดจบก็หยิบรีบวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว ติดโรคยัยแพนแล้วใช่มั้ย วิ่งหายๆ

 

 

เวลา 19.00 น.    

 

 

แกร๊ก  ปัง!!!

 

“โว้ยยยย  รอก็นาน อาบสะอาดรึเปล่าก็ไม่รู้ ให้อาบแค่5นาที  นานก็มาเคาะประตูกันอยู่ได้” เสียงประตูเปิด และปิดแรงซะจนผมกลัวประตูห้องพัง เข้ามาก็บ่นซะยกใหญ่ ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งตัวด้วยซ้ำ 

“ฮ่าๆๆ เอาน่าๆ วันพรุ่งนี้ก็มากินด้วยกันก็แล้วกัน ฮะๆๆ ฮ่าๆๆ” ผมอดขำไม่ได้กับท่าทางเอาแต่ใจตัวเองเหมือนเด็กของเรียว

“ขำมากใช่มะ ได้ๆ” ร่างเล็กเดินเข้ามาเงื้อมือเตรียมจะตบหัวผมเต็มที่ละแต่..

“เฮ้ย!”  เนื่องจากไม่ยอมเช็ดเท้าก่อนเข้าห้อง เท้าก็เลยเปียก พอเปียกแล้วไงล่ะ ลื่นสิครับท่าน

“ระวัง! เฮ้ย!” ผมรีบคว้าตัวเรียวไว้  ก่อนที่เรียวจะล้มหัวฟาดพื้นไปซะก่อน แต่กลายเป็นว่าผมกลับล้มไปด้วยซะงั้น  ดีที่ล้มไปที่เตียงนะเนี่ย เอ๊ะ ที่เตียงเหรอ

 

ตอนนี้ผมและเรียวล้มไปบนเตียง ในสภาพชวนจิ้น ซึ่งเรียวกำลังนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ถูกผมคร่อมอยู่ด้านบน

 

ผลั่ก! 

 

ผมถูกเรียวผลักออกไป เด็กหนุ่มไม่ได้ว่าอะไร รีบเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปแต่งตัว  

อะไรกันนะ หัวใจที่เต้นผิดจังหวะแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน แต่มันเกิดขึ้นแล้ว เกิดขึ้นกับผม กับเด็กผู้ชายผมแดงคนนี้..

 

แกร๊ก แอ๊ด..   

 

ประตูห้องน้ำเปิดออก กลิ่นแชมพูกลิ่นหวานลอยฟุ้งออกมาพร้อมร่างเล็กในชุดนอนของโรงเรียน

ผมสีแดงถูกสระจนเปียก ทำให้ดูยาวขึ้นเล็กน้อย นั่นยิ่งทำให้ดูเหมือนผู้หญิงเข้าไปอีก

 

“เอ่อ เรียว ตะกี๊เราขอโทษ เราแค่..”

“ไม่ต้องขอโทษ เราซุ่มซ่ามเอง ต้องขอบใจนายที่ช่วยต่างหาก” เรียวพูดนิ่งๆ แต่ก็หันมายิ้มให้เล็กน้อย ค่อยสบายใจหน่อย นึกว่าจะโดนโกรธซะแล้ว

 

เด็กหนุ่มนั่งเช็ดผมสีแดงของตัวเอง นั่งดูทีวีสบายใจเฉิบ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  แต่ถ้าสังเกตสักนิดหน้าเจ้าของผมสีแดงนั้น แดงเล็กน้อยเหมือนผมของเขาซะแล้ว

 

“ผมแห้งแล้ว  ทำการบ้านก่อนนะ เดี๋ยวจะนอนแล้ว รีบนอนป่ะ” เรียวถามผม

“อื้ม เสร็จแล้วๆ ใกล้จะนอนแล้วเหมือนกัน ทำไปก่อนๆ นอนพร้อมกันแหละ” ผมตอบ แล้วเดินไปแปรงฟัน

 

 

 

ผมแปรงฟันเสร็จ ก็กลับมานั่งจัดกระเป๋าพลาง แอบมองเรียวไปพลาง เด็กหนุ่มผมแดงในชุดนอน ถ้าไม่บอกก็คงคิดว่าเป็นเด็กผู้หญิง ก็ตอนทำการบ้านเล่นมัดผมไว้นี่นา แต่ก็น่ารักดี..

 

“เฮ้อ เสร็จซะที ไปนอนละนะ กู๊ดไนท์” ร่างเล็กหันมาบอกผม

“อื้ม จะนอนแล้วเหมือนกัน ฝันดีนะ” ผมเดินไปปิดไฟ ล้มตัวลงนอน ที่พื้นน่ะนะ

 

ตอนนี้ตี1แล้ว ผมยังนอนไม่หลับเลย ผิดกับร่างเล็กบนเตียงนุ่มๆ คงจะหลับปุ๋ยไปนานแล้ว

ผมลองหลับตาลง ทำใจให้สงบ หลับหนอ หลับหนอ..

 

ตุ้บ!

 

ตอนแรกผมนึกว่าหมอนข้างตกใส่ซะอีก ที่ไหนได้ หนุ่มน้อยผมแดงกลิ้งตกเตียงมาอยู่ข้างๆผมซะแล้ว

ไม่ตื่นอีกต่างหาก ท่าทางจะหลับลึกทีเดียว ผมเชื่อแล้วล่ะว่าเรียวนอนดิ้นจริงๆ ขนาดหนีลงมานอนที่พื้นแล้ว ยังอุตส่าห์กลิ้งลงมาทับอีก

 

ไม่รู้ทำไม หรือเพราะอะไร  มือของผมเอื้อมไปกอดคนข้างๆไว้ ใบหน้าซุกลงไปกับคอขาวๆนั้น ราวกับว่าไม่อยากจากไปไหน ไม่อยากห่างกันเลย...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โอมายก๊อดดด ดองบล็อกไว้นานมากกก ขออภัยด้วยจ้ะ
คราวนี้มาแนวใหม่! หัดแต่งฟิกyกะเค้ามั่งค่า มีเพื่อนเรียกร้องมาอีกที เราเลยใจอ่อนแต่งให้ซะหน่อย55
เรื่องนี้ไม่เรทนะคะ(ใครอยากเรท ก็ขอโทษที่ทำให้ผิดหวังค่ะ= =)ออกแนวหวานๆน่ารักๆ 
จะมีฉากสวีทนิดหน่อย แต่ไม่ถึงกับ nc 
>///< เขินจังๆ 555
ใครที่ไม่ชอบนะคะ ปิดหน้าต่างนี้เลยค่ะ
รับฟังความเห็นจากผู้อ่านทุกท่านนะคะ ช่วยเม้นด้วยก็ดีค่ะ(ฮา)
 
 
My slave ช่วยเป็นทาสเราได้มั้ย
By : ปังเย็น (นามปากกาเราเองจ้า)
Rate : PG13

 

Chapter 1 : เด็กหนุ่มผมแดง

 

 

“เฮ้ย เกม เอาน้ำมาแก้วดิ้  เร็วๆเลย” 

 

“คร้าบๆ สักครู่นะครับคุณชาย” ผมตอบขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังเช็ดโต๊ะ และอีกมือหนึ่งกำลังรินน้ำให้คนสั่งอยู่

 

เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผมสีแดง ที่กำลังดูทีวีทำหน้าไม่พอใจเล็กน้อยกับความเชื่องช้า

ใบหน้านั้นทำให้ผมขัดขืนไม่ได้ ไม่ใช่เพราะดุดัน แต่เพราะความน่ารักที่ผมต้องยอมแพ้เลยล่ะ

ใบหน้าที่ผมไม่เคยลืม..  วันแรกที่เจอกัน ใบหน้าขาวอมชมพู ตัดกับผมสีแดงซอยประบ่า  ทำให้เขาดูไม่เหมือนใคร  เขาโดดเด่นมาก จนทำให้ผมสนใจ อยากรู้จัก

แต่ไอ้เพราะความอยากรู้จักนี่แหละ ทำให้ผมต้องคอยรับใช้เขาในวันนี้..

 

 

 

 

 

...เมื่อวาน

 

 

 

 

“สวัสดีค่ะนร. วันนี้มีนร.ใหม่จะมาเรียนอยู่ห้องเดียวกับเรานะคะ เขามาจากญี่ปุ่นอาจจะพูดไม่ค่อยเก่งสักหน่อย ครูเลยอยากให้เขาแนะนำตัวน่ะ ขอให้ทุกคนเป็นมิตรกับเขาด้วยนะ แนะนำตัวเลยจ้ะ”  อาจารย์ประจำชั้นประกาศบอกนร.ในห้อง พร้อมกับพูดกับนร.ใหม่ข้างๆ

 

“สวัสดี เราชื่อเรียว  มาจากประเทศญี่ปุ่น ยินดีที่ได้รู้จัก” เรียวพูดด้วยใบหน้านิ่งที่แม้แต่อาจารย์ยังไม่กล้าสบตา  แต่ไม่ใช่กับผม ที่มองใบหน้าหวานหน้านั้นตรงๆ ด้วยความอยากรู้จัก และดูเหมือนว่าผมจะจ้องนานไปหน่อยจนเจ้าตัวรู้สึกได้ จึงหันมามองหน้าผม ด้วยใบหน้าไม่พอใจเล็กน้อย แต่ก็หันหน้ากลับไปนิ่งเหมือนเดิม

 

“เกม เป็นไรอ่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ” แพน เพื่อนสนิทผมซึ่งเป็นหัวหน้าห้องทัก

“ป่าวนี่ เรายิ้มอยู่เหรอ” ผมหันไปตอบ ทำหน้าเอ๋อๆอย่างที่เธอเคยบอก ผมไม่ได้ทำสักหน่อย ยัยนี่ชอบว่าผมเอ๋อ

ประจำแหละน่า

“ฮ่าๆๆ เออดิ ไอ้เอ๋อ แกนี่ยิ้มยังไม่รู้ตัวอีก” นั่นไงว่าตูเอ๋ออีกละ

 

“เอาล่ะๆ  งั้นเรียวไปนั่งข้างๆวัชระแล้วกัน จะได้ใกล้ๆหัวหน้าด้วย อ้อ หอนอนก็อยู่ห้องเดียวกันไปเลยนะ” อาจารย์บอกพร้อมชี้มาทางผมและแพน อาจารย์พูดจบ เรียวก็เดินมานั่งตามคำสั่งอาจารย์

แว้บนึง ผมเห็นเรียวทำหน้าตกใจนิดนึงด้วยล่ะ สงสัยไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับผมล่ะมั้ง ช่วยไม่ได้อ่ะ ก็ห้องที่ว่างก็ดันมีแต่ห้องผมกับห้องหัวหน้า ซึ่งห้องหัวหน้าที่หอหญิงไม่ได้อยู่แล้ว ก็เลยต้องมานอนห้องเดียวกับผม  อ้อ ผมลืมบอกไป ว่ารร.ผมเป็นรร.ประจำครับ

 

โต๊ะเรียนในห้องของเราแบ่งเป็นสี่แถว แถวละ2ที่นั่ง ยกเว้นที่นั่งหลังสุดแถวริมที่ผมนั่ง ซึ่งมีหัวหน้าห้องนั่งเลยมาหนึ่งที่เป็นสาม เหตุผลที่นั่งเลยมาทั้งๆที่โต๊ะข้างๆว่าง นั่นก็เพราะเธออ้างว่านั่งมุมห้องจะได้สอดส่องดูแลเพื่อนเวลาเรียนได้  แต่ตอนนี้คงต้องขอบใจยัยนั่นที่ไปนั่งเลยอยู่ ที่นั่งข้างๆผมจะได้มีไว้ให้เด็กหนุ่มผมแดงคนนี้นั่งซะเลย

 

“ดีจ้ะ เราชื่อแพน เป็นหัวหน้าห้อง มีไรปรึกษาเราได้เลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ” หัวหน้าห้องทำหน้าที่ดูแลนร.ใหม่ทันที

“อืม ขอบใจ”เด็กหนุ่มตอบกลับนิ่งๆอย่างสุภาพ

“หวัดดี เราชื่อเกม มีไรให้ช่วยบอกได้เหมือนกันนะ” ผมหันไปบอกเรียวและยิ้มให้จากใจ แต่คำตอบที่ผมได้รับคือ

“ไม่ได้ถาม ไม่อยากรู้”

 

 

แป่วววววว

 

 

 

 

นี่คือเสียงในหัวผม แต่มันทำให้ผมยิ่งอยากรู้จักเขา เรียว...

 

 

 

 

พักเที่ยง

 

 

“ตึกนี้เป็นโรงอาหารรร.เรา เปิดให้นร.เข้าแค่ช่วงที่มากินข้าวเท่านั้น กันเด็กโดดเรียนน่ะ อ้อ วันหลังถ้าจะมากินข้าวน่ะ ให้ขี่จักรยานมาดีกว่านะ ถ้าเดินมาแบบวันนี้ มันจะช้า” แพนบอกเรียวขณะที่กำลังเดินมายังโรงอาหารแห่งนี้ด้วยกัน ส่วนผมมีจักรยานก็เลยขี่ตามมาแบบสบายๆ

“อืม แล้วทำไมแพนไม่ขี่จักรยานล่ะ” เรียวถาม

“เราชอบเดินน่ะ เราเป็นคนเดินเร็ว แป๊ปเดียวก็ถึง” แพนตอบพร้อมกับเร่งฝีเท้าขึ้น ทำให้เรียวเดินตามแทบไม่ทัน ผมมองภาพนั้นแบบขำๆ ก็เรียวน่ะตัวเล็กกว่าแพนซะอีก ยัยแพนขายาวขนาดนั้น ใครจะไปตามทัน

“งั้นเราไปก่อนนะเรียว เกม ดูแลเรียวด้วยนะ ไปล่ะ” ผมยังไม่ทันจะได้ตอบ เธอก็เดินหายไปซะแล้ว อะไรจะรีบขนาดนั้น

 

 “ไปกันเหอะ เดี๋ยวข้าวก็หมดหรอก” ผมบอกเรียวขณะกำลังจอดจักรยาน

“ไม่ต้อง เราไปเองได้” เด็กหนุ่มตอบกลับอย่างไม่สนใจ ทำท่าจะเดินไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลงเพราะผมบอกขัดไปว่า “แล้วไปตักข้าวอ่ะ รู้เหรอว่าต้องทำยังไง  รอไปด้วยกันนี่แหละ เดี๋ยวเราพาไปเอง”

 

 

 

“ทุกมื้อ มื้อเช้า กลางวัน เย็น มาด้วยกันกี่คนให้ตักข้าวใส่หม้อก่อน แล้วค่อยไปแบ่งกันที่โต๊ะ เห็นป่ะ ว่าโต๊ะอาหารน่ะ ให้นั่งกินตามห้องพักบนหอ บนโต๊ะมีเบอร์บอกไว้  กับข้าวมีเตรียมให้บนโต๊ะแล้ว มาครบทุกคนแล้วค่อยกินด้วยกัน ลุกพร้อมกัน” ผมอธิบายให้เรียวฟังแบบเสร็จสรรพ

“ทำไมต้องกินด้วยกัน  ลุกพร้อมกัน” เด็กหนุ่มตัวเล็กทำหน้ามุ่ยปนกับความสงสัย หันมาถามผม ในที่สุดเขาก็คุยกับผมก่อนซะที ดีใจจัง

“ก็กินด้วยกันมันอร่อยกว่ากินคนเดียวล่ะมั้ง แล้วก็ที่ลุกพร้อมกันจะได้ช่วยกันเก็บโต๊ะ” ผมตอบและยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เรียวไม่ได้พูดอะไรอีก ผมเลยลุกไปตักข้าวใส่หม้อสำหรับกินกันสองคน

“กินเป็นป่าว อันนี้เขาเรียกว่าแกงเขียวหวาน อันนี้สีน้ำตาลข้นๆนี่เรียกว่าไชโป๊วกะทิ เมนูนี้เด็กรร.เราชอบมาก ที่อื่นหากินไม่ได้เลยนะเนี่ย ลองกินดู”

“พูดมากอยู่ได้  มีอะไรให้กินก็กินแหละน่า น่าตาไม่เห็นจะน่าอร่อยตรงไหน มันอร่อยขนาดนั้นเลยเรอะไง” เด็กหนุ่มตอบอย่างรำคาญ จ้องมองที่ไชโป๊วกะทิแบบไม่น่าไว้ใจ

“เฮ้ย อร่อยจริงๆนะ กินแล้วจะติดใจ” ผมพูดไปกินไปอย่างเอร็ดอร่อย รู้สึกได้ว่าเรียวกำลังมอง ไม่รู้ว่ามองที่ผมกินเลอะเทอะหรือมองอาหารกันแน่ หลังจากตัดสินใจอยู่นานจนผมเกือบจะกินหมด เรียวก็ตักอาหารใส่จาน แล้วค่อยๆเอาเข้าปากอย่างช้าๆ

“เป็นไง อร่อยมั้ย” ผมถาม

“งั้นๆแหละ” ถึงปากจะตอบว่างั้นๆ แต่ก็กินใหญ่เลยนะ เมนูนี้ชนะเลิศคร้าบ

 

กินเสร็จผมกับเรียวก็ช่วยกันเก็บโต๊ะให้เรียบร้อย เสร็จแล้วยังเหลือเวลาพักอีกนาน ผมเลยไปช่วยเรียวขนของเข้าหอ (หอพักนะครับ หอพัก) ระหว่างเดินกลับ(ซึ่งเรียวเดิน และผมขี่จักรยาน เรียวเขาไม่ยอมซ้อนผมน่ะ) 

 

“เดี๋ยวเอาของไว้บนจักรยานเราก็ได้นะ จะได้ไม่หนัก อ้อ ถ้าของเยอะ ขนไม่หมด เดี๋ยวไปขนอีกรอบก็ได้

แล้วก็..”

“ทำไมนายต้องมายุ่งวุ่นวายกับเราด้วย รู้มั้ยว่าคนอื่นเขาไม่ชอบ อยากอยู่เงียบๆ” เรียวพูดขึ้นมาอย่างเหลืออด ท่าทางจะรำคาญผมมากทีเดียว

“รู้ รู้ว่าไม่ชอบ”

“รู้แล้วยังจะทำอีกเหรอ เสียเวลา อย่ามายุ่งกับเราเลย เราดูแลตัวเองได้”

 

 

 

...เรารู้ว่าเรียวไม่ชอบ  เรารู้

 

แต่ที่เราทำ เราไม่ได้หวังให้ใครมาชอบ แต่เพราะเราอยากทำให้ต่างหาก...”

 

 

 

 

ไม่รู้ว่าเวลานั้น อะไรทำให้ผมตัดสินใจพูดประโยคนั้นออกไป แต่ผมรู้แค่ว่าหัวใจของผมชักเต้นผิดจังหวะเสียแล้ว

เหมือนห้วงเวลาของเราสองคนหยุดลงชั่วคราว อยู่ในความเงียบสงัดที่ได้ยินแม้แต่เสียงลมพัด ผมกับเรียวมองหน้ากัน ผมยิ้มให้เล็กน้อย ร่างเล็กยังคงทำหน้านิ่งเหมือนเดิม แต่เรียวก็เป็นคนทำลายความเงียบลง

 

“อยากทำให้งั้นเหรอ แน่ใจเหรอว่าอยากทำให้น่ะ” เรียวพูดขึ้นเหมือนนึกอะไรดีๆได้

“แน่ใจสิ เราอยากรู้จักเรียวให้มากขึ้นนะ”ผมตอบ

“งั้นช่วยอะไรสักอย่างสิ”

“อะไรเหรอ”

 

ช่วยมาเป็นทาสของเราไงล่ะ!” หนุ่มน้อยผมแดงพูดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เขาพูดว่าอะไรนะ ทาสงั้นเหรอ!?

 

“หา เป็นทาสเหรอ ไม่ดีมั้ง”ผมตอบแบบงงๆ

“แล้วไหนบอกอยากทำให้ไง ไหนบอกอยากรู้จักเราไง” เด็กหนุ่มทำหน้ามุ่ย

“แหม จะให้เป็นทาส มันก็..”

“ทุกคนก็เป็นแบบนี้ซะหมดแหละ บอกว่าอยากรู้จักเรา ก็แค่เราหน้าตาดี มาจากญี่ปุ่น ก็มารุมล้อม พอจะให้ช่วย ก็หนีหายกันไปหมด นายก็ด้วย..” เรียวพูดโดยไม่มองหน้าผม หันหลังเดินไป น้ำเสียงฟังดูน้อยใจ อย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน ให้ตายสิโรบิน แค่น้ำเสียงก็ทำให้ผมใจอ่อนซะแล้ว

 

 

เดี๋ยวเรียว! ตกลง! เราจะเป็นทาสของเรียว!”

 

 

ผมตะโกนออกไป ทำให้ร่างเล็กชะงักฝีเท้า หันกลับมายิ้มอย่างดีใจ

 

“จริงดิ ฮ่าๆๆ อย่างนี้ค่อยคุยกันง่ายหน่อย ยืนทำไรอยู่ ไปช่วยกันขนของเหอะ” เรียวตะโกนบอกผม เวลานั้นผมรู้สึกมีความสุขมาก รอยยิ้มนั้นผมจะไม่มีวันลืม

 

มันอาจจะฟังดูแปลกๆนะ ที่คนๆนึงไปตอบตกลงเป็นทาสให้กับคนอีกคนที่เพิ่งจะรู้จักกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไม ผมรู้สึกเต็มใจด้วยซ้ำ...

 

 

 

 

 

 

edit @ 8 Jan 2011 10:48:24 by Maprang

edit @ 9 Jan 2011 12:04:54 by Maprang

edit @ 9 Jan 2011 12:17:32 by Maprang

thanks for:สาว15 กับโรคนางเอก

posted on 08 Sep 2010 12:17 by maprangp43

 

 

ช่วงนี้ไม่ได้เข้าบล็อกเลยค่ะ เลยไม่ได้รู้เลยว่าพี่นุช (สาว22กับโรคนางเอก) ได้เอารูปตอนไปเยี่ยมมาลงบล็อก

เข้าไปดู งง เลยค่ะ555 

 

 

 

อาจจะช้าไปสักหน่อย แต่อยากบอกว่า

 

 

 

ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่คอมเม้นผ่านทางบล็อกของเราและบล็อกพี่นุชมากๆๆๆๆนะคะ^^

 

 

 

ใจจริงอยากจะเล่าประสบการณ์ในกาารรักษาเหมือนกันค่ะ

แต่กลัวจะเบื่อกันซะก่อน เพราะประสบการณ์ช่างเหมือนกับของพี่นุชมากๆเลยค่ะ

 

ยังไงก็ขอบคุณมากกกกกกกนะคะ ทุกคนเลยค่ะ ขอบคุณค่า^0^//

 

 

 

 

ถ้าอยากรู้จักกันมากขึ้น มาเจอกันที่ facebook นะคะ ค้นหาคำว่า Maprang 'chค่ะ รับเพื่อนทุกคนค่ะ

 

edit @ 8 Sep 2010 12:41:21 by Maprang